J5 Swimming Pool

ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐาน IP (IP Rating) มาตรฐานระดับการป้องฝุ่นและน้ำ

        คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า เวลาที่คุณสั่งซื้อสินค้า แล้วพบว่ามีสัญลักษณ์ IP ติดอยู่ที่สินค้า เจ้าสัญลักษณ์ IP ตัวนี้หมายถึงอะไร ? และบ่งบอกถึงอะไร ? วันนี้เรามีคำตอบให้ทุก ๆ คน และเพื่อให้ได้รู้จักสัญลักษณ์นี้มากยิ่งขึ้นเราไปดูกันครับ

31

 

มาตรฐาน IP คืออะไร ?
        IP ย่อมาจาก Ingress Protection Standard หรือ IP Standard, IP Code, IP Rating การเรียกอาจแตกต่างกันไป แต่จริง ๆ แล้ว มันคือ มาตรฐานเดียวกัน เป็นค่ามาตรฐานที่บ่งบอก ถึงระดับการป้องกันฝุ่น และป้องกันน้ำของเครื่องจักร และอุปกรณ์ไฟฟ้า นั่นเอง ซึ่ง IP Rating นั้นถูกพัฒนาขึ้นโดย IEC (International Electrotechnical Commission) ที่มีความเทียบเท่ากับมาตรฐานยุโรป EN 60529 แล้วมาตรฐานตัวนี้มันสำคัญอย่างไร ? มาตรฐานตัวนี้จะช่วยบ่งบอกให้เราทราบว่า เครื่องจักร, อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือสินค้าที่เราซื้อมานั้น สามารถป้องกันฝุ่นของแข็ง หรือของเหลวได้ที่ระดับใดบ้าง

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ตัวเลขแต่ละตัวหมายถึงอะไร ?
        หลาย ๆ คนอาจจะเคยสังเกตว่าตัวเลขที่ต่อท้าย IP แต่ละครั้งไม่เหมือนกันเลย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า ตัวเลขแต่ละตัวหมายถึงอะไร ? ตัวเลขที่ต่อท้าย IP นั้นจะมีตั้งแต่ 0 ถึง 9 ซึ่งแต่ละหมายเลขเหล่านั้นก็จะบอกถึงระดับการป้องกันที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถดูได้จากตารางด้านล่างนี้

 ตารางนี้จะแสดงให้เห็นถึงลำดับและสิ่งจำเป็นที่ต้องระบุ จึงจะเรียกได้ว่าเป็นมาตรฐาน IP ที่สมบูรณ์

สัญลักษณ์ IP การป้องกันของแข็ง การป้องกันของเหลว การทนต่อแรงกระแทก การป้องกันอื่นๆ
IP ตัวเลข 0 – 6 ตัวเลข 0 – 9 ตัวเลข 0 – 9 ตัวอักษร
จำเป็นต้องระบุ จำเป็นต้องระบุ จำเป็นต้องระบุ ยกเลิกการใช้แล้ว ไม่จำเป็นต้องระบุ

Ingress Protection ค่าดัชนี การป้องกันน้ำ และฝุ่น
        IP Rating เป็นการบอกถึงระดับการป้องกัน โดยหลัก ๆ แล้วจะถูกแสดงโดยตัวเลข 2 หลักตามหลัง IP คือ IPxx โดยตัวเลขหลักแรก จะหมายถึงระดับการป้องกันฝุ่น หรือของแข็ง ซึ่งจะมีระดับตั้งแต่ 0 – 6 ส่วนหลักที่สองจะหมายถึงระดับการป้องกันน้ำ หรือของเหลว ซึ่งจะมีระดับตั้งแต่ 0 – 9 ยกตัวอย่างเช่น IP65 เป็นการบ่งบอกถึง มีความสามารถป้องกันฝุ่นและน้ำจากการฉีดได้ 100% เป็นต้น ซึ่งความหมายของรหัส IP ตัวอื่น ๆ จะถูกเขียนไว้ใน ตารางที่อยู่ด้านล่างนี้ 

ตัวเลขหลักที่ 1 :
        บ่งบอกถึงการป้องกันของแข็ง ตารางนี้จะแสดงให้เห็นถึงระดับการป้องกันของแข็ง ซึ่งของแข็งที่กล่าวนี้หมายถึงการป้องกันของแข็ง หรือฝุ่นที่สามารถเข้าถึงตัวอุปกรณ์ อาจเป็นการสัมผัสโดยบังเอิญเท่านั้น ไม่รวมถึงการกระแทกจากของแข็งที่เกิดจากการกระทำอย่างตั้งใจ โดยการป้องกันของแข็งจะมีทั้งหมด 7 ระดับ ตั้งแต่ระดับ 0 – 6 ดังนี้

Screen Shot 2564 09 19 at 09.35.44

ตัวเลขหลักที่ 2 :
        สำหรับตัวเลขหลักนี้ คือ ความสามารถในการป้องกันของเหลว ตารางนี้จะแสดงให้เห็นถึงระดับการป้องกันของเหลว ซึ่งของเหลวในที่นี้ หมายถึงของเหลวจำพวกน้ำเท่านั้น ไม่รวมถึงของ เหลวประเภทอื่น ๆ เช่น น้ำมัน, สารเคมีที่มีความเป็นกรด หรือด่างสูง, ฯลฯ โดยการป้องกันมีทั้งหมด 11 ระดับ ตั้งแต่ระดับ 0 – 9K

Screen Shot 2564 09 19 at 09.35.58

        * มาตรฐานที่มีสัญลักษณ์ “K” คือมาตรฐานที่ถูกกำหนดขึ้นโดย ISO 20653 ซึ่งจะไม่มีในมาตรฐาน IEC 60529 ยกเว้น IPx9 ซึ่งจะมีการทดสอบแบบเดียวกับ IP69K

 

ความหมายของ IP ระดับต่าง ๆ สามารถดูได้จากตารางนี้

หมายเลข IP ความหมาย
IP54   – มีความสามารถป้องกันฝุ่นได้ แต่อาจมีฝุ่นเล็กน้อยเล็ดลอดเข้าไปแต่ต้องไม่มีผลใด ๆ ต่อการทำงานของอุปกรณ์
  – มีความสามารถป้องกันละอองน้ำที่ตกกระทบตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง
IP65   – มีความสามารถป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์
  – มีความสามารถป้องกันน้ำจากการฉีดที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง
IP66   – มีความสามารถป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์
  – มีความสามารถป้องกันน้ำจากการฉีดแบบรุนแรงที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง
IP66K   – มีความสามารถป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์
  – มีความสามารถป้องกันน้ำจากการฉีดแรงดันสูงที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง
IP67   – มีความสามารถป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์
  – มีความสามารถป้องกันการแทรกซึมของน้ำจากการแช่ตัวอุปกรณ์ในน้ำได้ที่ความลึกสูงสุด 1 m. เป็นระยะวลาสูงสุด 30 นาที
IP68   – มีความสามารถป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์
  – มีความสามารถป้องกันการแทรกซึมของน้ำจากการแช่ตัวอุปกรณ์ในน้ำได้แบบถาวร
IP69K   – มีความสามารถป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์
  – มีความสามารถป้องกันน้ำจากการฉีดแรงดันสูงพิเศษที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทางที่อุณหภูมิน้ำสูงสุด 80C

 

        จากข้อมูลทั้งหมดที่ได้เอามาฝาก อาจจะช่วยให้หลาย ๆ คนสามารถอ่านค่ามาตรฐาน IP ได้บ้างแล้ว และทำให้รู้ได้ว่าสินค้าที่คุณใช้ มีความสามารถป้องกันได้ในระดับไหน แต่ถึงอย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัย การใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด ควรทำตามคำแนะนำการใช้งานของอุปกรณ์ นั้น ๆ อย่างเคร่งครัด และควรได้รับคำปรึกษา จากผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ที่ได้รับการอนุญาตแล้ว 

ปรึกษาเราฟรี

ปรึกษาทุกปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับสระว่ายน้ำกับผู้เชี่ยวชาญ

ข่าวสารและบทความ