สารบัญ

ระบบกรองสระว่ายน้ำ

สารบัญ

ระบบกรองสระว่ายน้ำ - หัวใจสำคัญของน้ำใสสะอาด

ถังกรองสระว่ายน้ำ – เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์

สระว่ายน้ำที่ใสสะอาดไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยปราศจากการดูแล และหัวใจสำคัญของน้ำใสก็คือ ระบบกรองสระว่ายน้ำ ที่มีประสิทธิภาพ โดยมี ถังกรองสระว่ายน้ำ (Pool Filter) เป็นพระเอกในการดักจับสิ่งสกปรกที่เราอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ตั้งแต่ฝุ่นละออง แบคทีเรีย ไปจนถึงตะกอนขนาดเล็ก

ทำไมสระว่ายน้ำทุกสระต้องมี “ถังกรอง”?

แม้จะมีการเติมน้ำใหม่เข้าสู่สระอย่างสม่ำเสมอ แต่หากปราศจาก ถังกรองสระว่ายน้ำ ที่มีคุณภาพ สิ่งสกปรกขนาดเล็กจิ๋วก็จะยังคงวนเวียนและสะสมอยู่ในน้ำ ก่อให้เกิดปัญหาน้ำขุ่นมัว ไม่น่ามอง และที่สำคัญกว่านั้นคือ อาจกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อโรคต่างๆ ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้ใช้สระได้

“ไมครอน” คืออะไร? ทำไมต้องสนใจเมื่อเลือกถังกรอง

“ไมครอน (Micron)” คือหน่วยวัดขนาดของอนุภาคที่ ถังกรองสระว่ายน้ำ สามารถดักจับได้ ยิ่งตัวเลขไมครอนต่ำ หมายความว่าถังกรองนั้นสามารถกรองสิ่งสกปรกได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น

  • เส้นผมของมนุษย์: มีขนาดประมาณ 50 ไมครอน (ยังพอมองเห็นได้)
  • อนุภาคที่ตามนุษย์เริ่มมองเห็น: อยู่ที่ประมาณ 40 ไมครอนขึ้นไป
  • สิ่งสกปรกที่เล็กกว่า 40 ไมครอน: เช่น แบคทีเรียบางชนิด หรือตะกอนละเอียดมากๆ จำเป็นต้องใช้ เครื่องกรองสระว่ายน้ำ ที่มีความสามารถในการกรองสูงจึงจะกำจัดออกไปได้

ดังนั้น การเลือกใช้ ถังกรอง ที่มีความละเอียดในการกรอง (ค่าไมครอนต่ำ) จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าน้ำในสระของคุณสะอาดปลอดภัยอย่างแท้จริง

ทำความรู้จักกับ Pre-filter : ผู้ช่วยคนสำคัญของระบบกรอง

Pre-filter หรือ กรองด่านหน้า คืออุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งอยู่ก่อนถึง ถังกรองสระว่ายน้ำ หลัก ทำหน้าที่เสมือนตัวกรองหยาบ ช่วยดักจับสิ่งสกปรกขนาดใหญ่ต่างๆ ออกจากน้ำในเบื้องต้น ก่อนที่น้ำจะไหลเข้าไปยังถังกรองหลัก

  • ลดภาระระบบกรองหลัก: กรองสิ่งสกปรกได้ถึง 80% ก่อนเข้าสู่ถังกรองหลัก
  • ลดการดูแลรักษา: ลดความถี่ในการล้างย้อนถังกรองหลัก และทำความสะอาด/เปลี่ยนไส้กรอง (สำหรับถังกรองคาร์ทริดจ์)
  • ประหยัดน้ำ: ลดจำนวนครั้งและความถี่ในการ Backwash ได้ถึง 7,000 ลิตรต่อปี (สำหรับสระขนาดเฉลี่ย)
  • หลักการกรองด้วยแรงเหวี่ยง: สิ่งสกปรกจะถูกแยกออกด้วยการหมุนวน ทำให้มองเห็นสิ่งสกปรกที่ถูกกรองได้อย่างชัดเจน

เครื่องกรองก่อนเข้าระบบที่แนะนำ

ประเภทของถังกรองสระว่ายน้ำยอดนิยมในปัจจุบัน

ระบบกรองน้ำสระว่ายน้ำหลักๆ ที่ J5 Swimming Pool แนะนำ มี 3 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกัน:

ถังกรองทราย (Sand Filter)

เป็นประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยความทนทาน ดูแลรักษาง่าย และคุ้มค่า โดยใช้ทรายชนิดพิเศษ (หรือสารกรองแก้ว) เป็นตัวกลางในการดักจับสิ่งสกปรก สามารถกรองอนุภาคได้ประมาณ 30  ไมครอน (ขึ้นอยู่กับคุณภาพทราย/สารกรองแก้ว)

ข้อดี:

  • สามารถเลือกใช้สารกรองได้หลากหลาย เช่น ทรายกรอง, สารกรองแก้ว 
  • ดูแลรักษาง่าย เพียงทำการล้างย้อน (Backwash) เมื่อแรงดันในถังสูงขึ้น
  • อายุการใช้งานยาวนาน โครงสร้างแข็งแรง
  • มีหลายขนาดให้เลือก เหมาะสมกับสระทุกขนาด ตั้งแต่สระส่วนตัวขนาดเล็กไปจนถึงสระขนาดใหญ่

ถังกรองคาร์ทริดจ์ (Cartridge Filter)

หรือที่เรียกกันว่า เครื่องกรองไส้กรอง หรือ เครื่องกรองกระดาษ มีความสามารถในการกรองที่ละเอียดกว่าถังกรองทรายแบบดั้งเดิม โดยสามารถกรองอนุภาคได้ละเอียดถึง 20 ไมครอน

ข้อดี:

  • กรองสิ่งสกปรกได้ละเอียดกว่าถังกรองทรายมาตรฐาน ทำให้น้ำใสเป็นพิเศษ
  • ประหยัดน้ำ เนื่องจากไม่ต้องทำการล้างย้อน (Backwash) บ่อยเท่าถังกรองทราย
  • ขนาดกะทัดรัด ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อย

ข้อควรพิจารณา: ต้องถอดไส้กรองออกมาทำความสะอาดด้วยการฉีดล้าง และเปลี่ยนไส้กรองใหม่ตามอายุการใช้งาน (โดยทั่วไปทุก 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งานและการดูแล)

เหมาะสำหรับ: สระว่ายน้ำขนาดเล็กถึงขนาดกลาง, สปา, บ่อน้ำพุ หรือสระที่ต้องการการกรองที่ละเอียดและมีพื้นที่ติดตั้งจำกัด

ถังกรองผ้าสระว่ายน้ำ (D.E. Filter)

เครื่องกรองผ้าสระว่ายน้ำ DE เป็นระบบที่ให้ความละเอียดในการกรองสูงสุด สามารถดักจับอนุภาคขนาดเล็กได้ถึง 3-5 ไมครอน ทำให้น้ำในสระใสสะอาดเหมือนคริสตัล

ข้อดี:

  • ประสิทธิภาพการกรองสูงที่สุด ให้คุณภาพน้ำที่ดีเยี่ยม
  • สามารถดักจับสิ่งปนเปื้อนขนาดเล็กมากที่ระบบอื่นอาจพลาดไปได้
  • ช่วยลดความถี่ในการใช้สารเคมี

ข้อควรพิจารณา: การดูแลรักษาซับซ้อนกว่าประเภทอื่น ต้องมีการเติมผงกรอง DE ใหม่หลังการล้างย้อน (Backwash) และมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและค่าบำรุงรักษาที่สูงกว่า

เหมาะสำหรับ: สระว่ายน้ำที่ต้องการคุณภาพน้ำระดับพรีเมียม หรือสระเชิงพาณิชย์ที่เน้นความใสสะอาดสูงสุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบกรองสระว่ายน้ำและถังกรอง (FAQ)

เพื่อให้คุณเลือก ถังกรองสระว่ายน้ำ ได้ตรงใจและเหมาะสมที่สุด J5 Swimming Pool ขอแนะนำให้พิจารณาปัจจัยต่อไปนี้:

  1. ขนาดของสระว่ายน้ำ: ปริมาตรน้ำในสระเป็นตัวกำหนดขนาดของถังกรองและอัตราการไหลของปั๊มที่ต้องการ สระใหญ่ต้องการถังกรองที่ใหญ่ขึ้น
  2. ประเภทการใช้งาน: สระส่วนตัวที่ใช้งานไม่บ่อย อาจเลือกใช้ถังกรองคนละแบบกับสระที่มีผู้ใช้จำนวนมาก
  3. พื้นที่ติดตั้ง: หากมีพื้นที่จำกัด ถังกรองคาร์ทริดจ์ อาจเป็นตัวเลือกที่ดี
  4. งบประมาณ: ถังกรองทราย มักมีราคาเริ่มต้นและค่าบำรุงรักษาที่ประหยัดกว่า ในขณะที่ ถังกรอง DE มีราคาสูงแต่ให้ผลลัพธ์ด้านความใสที่ดีที่สุด
  5. คุณภาพน้ำที่ต้องการ: หากต้องการความใสกิ๊งระดับสูงสุด ถังกรอง DE คือคำตอบ แต่ถ้าต้องการความสมดุล ถังกรองทราย หรือ ถังกรองคาร์ทริดจ์ ก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ
  6. ความสะดวกในการดูแลรักษา: พิจารณาว่าคุณมีเวลาและความสะดวกในการล้างย้อน (Backwash) หรือถอดไส้กรองมาทำความสะอาดมากน้อยเพียงใด

ที่ J5 Swimming Pool เราไม่ใช่แค่ผู้จำหน่ายอุปกรณ์สระว่ายน้ำ แต่เราคือผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำแนะนำเพื่อให้คุณได้ ถังกรองสระว่ายน้ำ และระบบกรองที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณของคุณมากที่สุด

  • สินค้าคุณภาพ: เราคัดสรรเฉพาะถังกรองจากแบรนด์ชั้นนำที่ได้มาตรฐาน
  • ความหลากหลาย: มีถังกรองให้เลือกครบทุกประเภทและขนาด
  • คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: ทีมงานของเราพร้อมให้คำปรึกษาในการเลือกซื้อ ติดตั้ง และดูแลรักษา
  • บริการหลังการขาย: มั่นใจได้ในบริการและการรับประกันสินค้า

การลงทุนกับ ถังกรองสระว่ายน้ำ ที่มีคุณภาพ คือการลงทุนเพื่อความสุข สุขอนามัย และความสวยงามของสระว่ายน้ำที่คุณรักในระยะยาว ติดต่อ J5 Swimming Pool วันนี้ เพื่อรับคำแนะนำและเลือกซื้อ ถังกรองสระว่ายน้ำ ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ!

ความละเอียดในการกรองวัดด้วยหน่วย ไมครอน (Micron) ยิ่งค่าน้อยยิ่งกรองได้ละเอียด:

  • ถังกรองผ้า DE (D.E. Filter): กรองได้ละเอียดที่สุด 3 – 5 ไมครอน ดักจับแบคทีเรียและสิ่งสกปรกขนาดจิ๋ว ทำให้น้ำใสกิ๊งราวกับคริสตัล

  • ถังกรองคาร์ทริดจ์ / ใยสังเคราะห์ (Cartridge Filter): กรองได้ละเอียด 20 ไมครอน ให้คุณภาพน้ำใสสะอาดเป็นพิเศษ

  • ถังกรองทราย / สารกรองแก้ว (Sand Filter): กรองได้ละเอียดประมาณ 30 ไมครอน (หรือละเอียดขึ้นหากใช้สารกรองแก้ว) ซึ่งเพียงพอสำหรับสระว่ายน้ำมาตรฐานทั่วไป

ควรเลือกตามความเหมาะสมของพื้นที่และพฤติกรรมการดูแลรักษา:

  • เลือกถังกรองทราย (Sand Filter): หากต้องการความทนทาน ดูแลรักษาง่ายที่สุด เพียงแค่ทำ Backwash เหมาะกับสระทุกขนาด เช่น รุ่น KP Series / KS Series (Jesta), Exotuf Plus / Micron Fiberglass (Waterco), Pro Series (Hayward)

  • เลือกถังกรองคาร์ทริดจ์ (Cartridge Filter): หากมีพื้นที่ห้องเครื่องจำกัด ไม่อยากเสียน้ำจากการ Backwash เหมาะกับสระเล็กหรือสปา เช่น รุ่น KFC Series (Jesta), Opal XL (Waterco), StarClear (Hayward)

  • เลือกถังกรองผ้า DE (D.E. Filter): หากต้องการน้ำใสกิ๊งระดับพรีเมียมที่สุด หรือสระเชิงพาณิชย์ เช่น รุ่น JestClear DE Filter (Jesta), ProGrid Vertical Grid / DEP500 (Hayward), Fulflo DE (Waterco)

Pre-filter (เช่น MultiCyclone จาก Waterco) คืออุปกรณ์กรองด่านหน้าใช้แรงเหวี่ยงเหวี่ยงแยกตะกอนหยาบออกได้ถึง 80% ก่อนน้ำเข้าสู่ถังกรองหลัก ไม่ถึงกับบังคับติดตั้ง แต่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะช่วยลดภาระถังกรองหลัก ยืดอายุไส้กรอง และช่วยประหยัดน้ำจากการล้างย้อน (Backwash) ได้มากถึง 7,000 ลิตรต่อปี

ควรทำ Backwash เมื่อ แรงดันที่เกจวัดแรงดัน (Pressure Gauge) บนหัววาล์วสูงขึ้นกว่าปกติประมาณ 8 – 10 PSI จากระดับเริ่มต้น หรือสังเกตว่าน้ำที่จ่ายออกจากหัวจ่ายน้ำเข้าสระเริ่มไหลเบาลง โดยเฉลี่ยควรทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง สำหรับถังกรองทรายและถังกรองผ้า DE

  • ทรายกรองสระว่ายน้ำ (Sand Media): มีอายุการใช้งานประมาณ 3 – 5 ปี (หากใช้สารกรองแก้ว Glass Media สามารถอยู่ได้นานถึง 7–10 ปี)

  • ไส้กรองคาร์ทริดจ์ (Cartridge Filter): มีอายุการใช้งานประมาณ 1 – 3 ปี ขึ้นอยู่กับการถอดออกมาฉีดล้างทำความสะอาดและความถี่ในการใช้งานสระ

การเลือกขนาดถังกรองที่ไม่พอดีส่งผลกระทบต่อระบบน้ำโดยตรง:

  • ถังกรองเล็กเกินไป: น้ำไหลผ่านถังกรองเร็วเกินไป (High Velocity) ทำให้ดักจับสิ่งสกปรกไม่ได้ น้ำจะขุ่นง่าย อุปกรณ์ต้องทำงานหนัก และไส้กรองหรือทรายกรองจะเสื่อมสภาพไวมาก

  • ถังกรองใหญ่เกินไป: ปั๊มน้ำอาจมีแรงดันไม่พอในการล้างย้อน (Backwash) ส่งผลให้ล้างสิ่งสกปรกออกจากถังกรองได้ไม่หมด และสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น

ปัญหาน้ำขุ่นแม้จะเปิดระบบกรอง มักเกิดจาก 4 สาเหตุหลัก:

    1. ค่าน้ำไม่สมดุล: ค่า pH หรือ ค่าคลอรีน ต่ำ/สูงเกินไป ทำให้สารเคมีฆ่าเชื้อทำงานได้ไม่ดี

    2. สารกรองเสื่อมสภาพ: ทรายกรองจับตัวเป็นก้อนหรือหมดอายุการใช้งาน ทำให้จับตะกอนไม่ได้

    3. อัตราการไหล (Flow Rate) ไม่สัมพันธ์กัน: ปั๊มน้ำแรงเกินไปจนดันสิ่งสกปรกทะลุผ่านถังกรองกลับเข้าสระ

    4. ตะกอนมีความละเอียดสูงเกินไป: ตะกอนมีขนาดเล็กกว่าความสามารถในการกรองของถัง (เช่น เล็กกว่า 30 ไมครอนในถังกรองทราย) แนะนำให้ใช้ Pre-filter ช่วยดักจับ หรือเติมน้ำยาเร่งการตกตะกอน (Flocculant/Coagulant) เพื่อให้สิ่งสกปรกจับตัวเป็นก้อนใหญ่ขึ้นก่อนเข้าถังกรอง

ผงกรอง DE คือสารธรรมชาติที่ทำจากซากไดอะตอม (Diatomaceous Earth) ใช้สำหรับเคลือบแผ่นผ้ากรองใน ถังกรองผ้า DE เพื่อช่วยดักจับสิ่งสกปรกขนาดเล็ก 3–5 ไมครอน

    • ความถี่ในการเติม: ต้องเติมใหม่ ทุกครั้งหลังทำการ Backwash เนื่องจากผงกรองเก่าจะถูกล้างทิ้งไปกับน้ำเสีย

    • วิธีเติม: ผสมผงกรอง DE กับน้ำในถังให้ละลาย แล้วเทลงในช่องสกิมเมอร์ (Skimmer) หรือตัวดักขยะหน้าปั๊มขณะที่เปิดโหมด Filter เพื่อให้ผงกรองวิ่งไปเกาะที่แผ่นผ้ากรองในถังเองโดยอัตโนมัติ

สังเกตได้จาก 3 สัญญาณเตือนหลัก:

  1. น้ำในสระขุ่นง่ายผิดปกติ: แม้จะเปิดปั๊มกรองน้ำไว้นานและค่าน้ำเคมีได้มาตรฐาน แต่น้ำก็ยังไม่ใส

  2. มีเศษทรายหลุดออกมาทางหัวจ่ายน้ำ (Return Jet): เกิดจากทรายสึกหรอจนเม็ดเล็กลง หรือแกนกรองล่างถัง (Lateral) ปากถังแตก

  3. แรงดันเกจสูงขึ้นเร็วมาก: ทำ Backwash ได้ไม่กี่วัน แรงดันก็กลับมาสูงอีก เพราะทรายกรองจับตัวเป็นก้อนแข็ง (Caking) ไม่ยอมคืนตัว

หัววาล์วควบคุมถังกรองทรายส่วนใหญ่มี 6 โหมดหลักในการใช้งาน:

  1. Filter: โหมดกรองน้ำปกติ น้ำจะไหลผ่านทรายกรองแล้วกลับเข้าสระ

  2. Backwash: โหมดล้างย้อนสิ่งสกปรกออกจากทรายกรอง (ใช้น้ำทิ้ง)

  3. Rinse: โหมดเซ็ตทรายให้แน่นและล้างสิ่งตกค้างหลังทำ Backwash (ใช้น้ำทิ้ง 15-30 วินาที)

  4. Waste: โหมดระบายน้ำทิ้งโดยไม่ผ่านทรายกรอง (ใช้ตอนดูดตะกอนก้นสระทิ้ง หรือลดระดับน้ำ)

  5. Recirculate: โหมดหมุนเวียนน้ำโดยไม่ผ่านถังกรอง (ใช้เวลากวนสารเคมีให้แตกตัว)

  6. Closed: โหมดปิดวาล์วทุกช่อง (ใช้เฉพาะตอนซ่อมบำรุงระบบเท่านั้น)

หากคุณสนใจอุปกรณ์สระว่ายน้ำ

ติดต่อเราได้เลย

ช่องทางการติดต่อ

อีเมล info@j5-swimmingpool.com

Call Center
02-277-1345 / 061-796-6649