ราคานี้ เฉพาะท่านเท่านั้น

02-277-1345, 061-796-6649

/

/

บริการบำรุงรักษา และซ่อมแซมสระว่ายน้ำจาก J5 Swimming Pool

บริการบำรุงรักษา และซ่อมแซมสระว่ายน้ำจาก J5 Swimming Pool

การบำรุงรักษาและซ่อมแซมสระว่ายน้ำจาก J5 Swimming Pool

Swimming Pool Service & Maintenance

การมีสระว่ายน้ำที่สะอาด ใส และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ จำเป็นต้องได้รับการดูแลและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ J5 Swimming Pool ให้บริการดูแลสระว่ายน้ำ และซ่อมแซมอุปกรณ์สระว่ายน้ำ โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรง พร้อมตรวจสอบ วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นระบบกรอง ระบบฆ่าเชื้อ ปั๊มน้ำ หรืออุปกรณ์ควบคุมต่าง ๆ เราให้คำแนะนำ เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่มีคุณภาพสูงสุดและคุ้มค่าในระยะยาว

ให้คำปรึกษา และบริการหลังการขาย

ลูกค้าของ J5 จะได้รับการดูแลต่อเนื่องแม้หลังจากงานติดตั้งหรือซื้อสินค้าไปแล้ว เรามีทีมบริการหลังการขายที่พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการใช้งาน การดูแลรักษา และการแก้ไขปัญหาเมื่ออุปกรณ์ทำงานผิดปกติ พร้อมเข้าตรวจสอบหน้างานหากจำเป็น

ซ่อม บำรุงรักษาอุปกรณ์ และระบบสระว่ายน้ำ

หากสระว่ายน้ำของคุณเกิดปัญหา เช่น ปั๊มไม่ทำงาน น้ำไม่ใส ระบบกรองมีปัญหา หรืออุปกรณ์ชำรุด ทีมช่างของเราพร้อมเข้าหน้างานเพื่อตรวจสอบและซ่อมแซมโดยเร็วที่สุด เรามีอะไหล่แท้จากแบรนด์ชั้นนำและเครื่องมือที่ทันสมัยในการวินิจฉัยและแก้ไขปัญหา พร้อมให้บริการทั้งงานเล็กและงานระบบขนาดใหญ่ในรูปแบบมืออาชีพ

บริการดูแลสระว่ายน้ำรายเดือน

J5 Swimming Pool มีบริการดูแลสระว่ายน้ำรายเดือน สำหรับเจ้าของบ้านพัก โรงแรม คอนโด หรือโครงการต่าง ๆ ที่ต้องการให้สระว่ายน้ำของคุณอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา บริการของเราครอบคลุมการตรวจสอบคุณภาพน้ำ เติมสารเคมีที่เหมาะสม ทำความสะอาดสระ ตรวจเช็กอุปกรณ์ และรายงานผลการดูแลในแต่ละรอบ เพื่อให้คุณมั่นใจในคุณภาพน้ำและความปลอดภัยของผู้ใช้งาน

จัดจำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับระบบสระว่ายน้ำ

นอกเหนือจากการให้บริการดูแลและบำรุงรักษาสระว่ายน้ำ J5 Swimming Pool ยังเป็นศูนย์รวมจัดจำหน่ายอุปกรณ์เกี่ยวกับระบบสระว่ายน้ำอย่างครบวงจร เรามีสินค้าคุณภาพสูงให้เลือกมากมายจากแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ปั๊มสระว่ายน้ำ ถังกรอง ระบบฆ่าเชื้อ ไฟสระว่ายน้ำ หุ่นยนต์ทำความสะอาด และอะไหล่ทุกชิ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของสระว่ายน้ำทุกประเภท ทั้งสำหรับลูกค้าทั่วไปและผู้รับเหมาโครงการ

บริการดูแลสระว่ายน้ำระบบ Overflow และ Skimmer ต่างกันอย่างไร?

บริการดูแลสระว่ายน้ำระบบ Overflow และ Skimmer ต่างกันอย่างไร?

02 บริการออกแบบระบบสระว

ระบบน้ำล้น (Over Flow)

หมุนเวียนน้ำด้วยการทำให้น้ำล้นออกจากสระ
ลงไปยังรางน้ำล้นที่ติดตั้งไว้รอบสระ

ระบบสกิมเมอร์ (Skimmer)

เหมาะสำหรับสระว่ายน้ำขนาดเล็ก
น้ำในสระต้องต่ำกว่าขอบสระ 15-20 เซนติเมตร

บริการดูแลสระว่ายน้ำระบบน้ำล้น (Overflow)

ระบบสระว่ายน้ำ Overflow Pool หรือระบบน้ำล้น แม้จะได้รับความนิยมเรื่องความสวยงามที่ผิวน้ำปริ่มขอบสระ และช่วยให้ผิวน้ำดูสะอาดอยู่ตลอดเวลา แต่ก็มีจุดที่ต้องบำรุงรักษาเฉพาะตัวแตกต่างจากระบบอื่น บริการดูแลสระว่ายน้ำระบบน้ำล้น มี 2 ส่วนหลัก ๆ คือ รางน้ำล้น (Gutter) และ ถังสำรองน้ำ (Surge Tank) เราต้องหมั่นตรวจสอบรางน้ำล้นรอบสระ ไม่ให้มีเศษใบไม้หรือสิ่งสกปรกอุดตัน เพื่อให้น้ำสามารถล้นและนำพาสิ่งสกปรกบนผิวน้ำออกไปได้อย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งสระ เมื่อน้ำไหลไปยังถังสำรองน้ำ ถังนี้จะทำหน้าที่เป็นที่พักน้ำและเป็นจุดที่ตะกอนหนักมักจะตกลงสะสมตัว เราจึงจำเป็นต้องมีการทำความสะอาดก้นถัง Surge Tank เป็นระยะ เพื่อป้องกันการหมักหมม นอกจากนี้ ควรตรวจสอบระบบลูกลอยเติมน้ำอัตโนมัติ (Float Valve) ในถังสำรองน้ำ เพื่อให้แน่ใจว่าระดับน้ำในระบบคงที่ ป้องกันปัญหาน้ำล้นถัง หรือปั๊มดูดอากาศเข้าไปในระบบ (Run Dry)

บริการดูแลสระว่ายน้ำระบบสกิมเมอร์ (Skimmer)

คือ ระบบหมุนเวียนน้ำผ่านอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ที่บริเวณ ขอบสระว่ายน้ำ หรือที่เรียกว่า Skimmer Box ซึ่งเป็นรูปแบบการสร้างและติดตั้งสระว่ายน้ำ แบบที่ไม่ใช้ถังสำรองน้ำ (Surge Tank) ทำให้ช่วยในการประหยัดพื้นที่ ค่าใช้จ่ายในการใช้น้ำ และค่าใช้จ่าย แต่ก็ต้องการการบำรุงรักษาที่ใส่ใจในรายละเอียดเฉพาะตัว การดูแลระบบสระว่ายน้ำแบบสกิมเมอร์ ต้องบำรุงรักษาที่ “Skimmer Box” โดยการเปิดฝาและนำตะกร้าที่อยู่ภายในออกมาล้างทำความสะอาดเศษใบไม้และขยะต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ หากปล่อยให้ตะกร้าอุดตัน ปั๊มจะดูดน้ำได้ไม่เต็มที่หรือดูดอากาศเข้าไป (Run Dry) ซึ่งอาจทำให้ปั๊มเสียหายได้ 

อีกหนึ่งจุดสำคัญที่ต้องดูแลสระระบบน้ำล้นคือการรักษาระดับน้ำ ต้องคอยเติมน้ำในสระให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หากน้ำต่ำเกินไป ปั๊มจะดูดอากาศ และหากน้ำสูงท่วมปาก Skimmer สิ่งสกปรกบนผิวน้ำก็จะไม่ถูกดูดเข้าไปในระบบกรอง นอกจากนี้ ระบบ Skimmer จะดูดเฉพาะผิวน้ำ เราจึงจำเป็นต้องดูดตะกอนที่พื้นสระบ่อย ๆ เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกหนักที่จมอยู่ก้นสระ

เหตุผลที่ควรเลือกใช้บริการดูแลสระว่ายน้ำจาก J5 Swimming Pool

การเลือกใช้บริการดูแลสระว่ายน้ำจาก J5 Swimming Pool มอบความมั่นใจที่เหนือกว่า เพราะเรามีความเข้าใจในระบบสระว่ายน้ำทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบ Skimmer หรือ Overflow ทีมงานมืออาชีพของเราสามารถวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนการบำรุงรักษาระบบได้อย่างตรงจุด เพื่อให้สระว่ายน้ำทำงานเต็มประสิทธิภาพสูงสุด น้ำสะอาด ปลอดภัย และช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ในระยะยาว

ผลงานที่ผ่านมา

ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ให้เราเลือกอุปกรณ์สระว่ายน้ำและการติดตั้งที่เหมาะสม ถูกต้อง จากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ระบบสระว่ายน้ำหลัก ๆ จะแบ่งตามการหมุนเวียนน้ำได้ 2 แบบ คือ 

  • ระบบสกิมเมอร์ (Skimmer)
    ซึ่งจะดูดน้ำผิวน้ำไปกรอง เหมาะกับสระขนาดเล็กถึงกลางและประหยัดงบ 
  • ระบบน้ำล้น (Overflow)
    ที่น้ำจะล้นออกจากขอบสระไปยังรางน้ำรอบ ๆ ซึ่งมีความหรูหรา สวยงาม
    แต่ใช้พื้นที่และงบประมาณสูงกว่า การเลือกระบบขึ้นอยู่กับดีไซน์
    งบประมาณ และขนาดพื้นที่

ระบบสกิมเมอร์ (Skimmer System) คือ ระบบหมุนเวียนน้ำในสระว่ายน้ำที่ใช้ ช่องสกิมเมอร์ (Skimmer Box) ติดตั้งบริเวณผนังสระ เพื่อดูดน้ำบริเวณผิวน้ำเข้าสู่ระบบกรอง โดยทำหน้าที่เก็บใบไม้ ฝุ่น แมลง และสิ่งสกปรกที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ ก่อนส่งน้ำผ่านปั๊มและเครื่องกรอง แล้วจึงปล่อยน้ำสะอาดกลับเข้าสระผ่านหัวจ่ายน้ำ (Return Inlet)

ระบบโอเวอร์โฟลว์ (Overflow System) คือ ระบบหมุนเวียนน้ำในสระว่ายน้ำที่ออกแบบให้ ระดับน้ำสูงเสมอขอบสระ เมื่อน้ำล้นออกจากสระจะไหลลง รางน้ำล้น (Overflow Gutter) รอบสระ จากนั้นน้ำจะถูกส่งไปยัง ถังพักน้ำ (Balance Tank) ก่อนเข้าสู่ปั๊มและเครื่องกรอง แล้วจึงหมุนเวียนกลับเข้าสระอีกครั้ง

ระบบนี้ช่วยกำจัดสิ่งสกปรกบนผิวน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะน้ำบริเวณผิวหน้าสระจะไหลผ่านขอบสระตลอดเวลา

ระบบสกิมเมอร์ (Skimmer Pool)

เหมาะที่สุดสำหรับพื้นที่จำกัด เพราะใช้น้ำลดระดับจากขอบสระเล็กน้อยและมีช่องดูดผิวน้ำในตัว ไม่ต้องสร้างรางน้ำล้นและถังพักน้ำ (Surge Tank) รอบสระ ช่วยประหยัดพื้นที่ใช้สอยรอบสระและงบประมาณได้มาก

หน้าฝนทำให้น้ำเป็นกรดและพัดพาสิ่งสกปรกมาสะสมง่ายขึ้น ควรดูแลดังนี้:

  • ทำความสะอาดทันที: ช้อนใบไม้บนผิวน้ำ, ขัดผนังและพื้นสระสม่ำเสมอ, และดูดตะกอนก้นสระออก
  • ปรับสมดุลน้ำ: ตรวจเช็กค่า pH (7.2–7.6) และคลอรีน (1–3 ppm) บ่อยขึ้น (โดยเฉพาะหลังฝนตกหนัก), ทำ Shock Chlorine และเติม Algaecide เพื่อป้องกันน้ำเขียว
  • จัดการระบบกรอง: ระบายน้ำส่วนเกินออกให้ได้ระดับ, เพิ่มเวลาเดินระบบกรองให้นานขึ้น, และล้างถังกรอง (Backwash) ทันทีหากมีฝุ่นดินสะสมจนแรงดันสูง

นอกเหนือจากระบบหมุนเวียนน้ำและระบบฆ่าเชื้อที่เป็นพื้นฐานแล้ว การติดตั้งระบบเสริมเหล่านี้จะช่วยยกระดับความสะดวก ความปลอดภัย และฟังก์ชันการใช้งานให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น:

  1. ระบบเติมน้ำอัตโนมัติ (Auto Top-Up): รักษาระดับน้ำให้คงที่ ช่วยป้องกันความเสียหายต่อปั๊มน้ำ
  2. ระบบเดรนและระบายน้ำล้น (Drainage & Overflow): เพิ่มประสิทธิภาพการถ่ายน้ำและป้องกันน้ำฝนเอ่อล้นเข้าพื้นที่รอบบ้าน
  3. ระบบแสงสว่าง (Pool Lighting): ติดตั้งไฟ LED เพื่อเพิ่มทัศนียภาพและความปลอดภัยในการใช้งานช่วงกลางคืน
  4. ระบบทำความสะอาดอัตโนมัติ: เช่น หุ่นยนต์ดูดตะกอนหรือระบบ In-Floor Cleaning ช่วยลดภาระการดูแลรักษา
  5. ระบบควบคุมไฟฟ้าและอัจฉริยะ (Automation): ตู้ควบคุมแบบรวมศูนย์ที่จัดการการทำงานของระบบทั้งหมดได้ในจุดเดียว พร้อมระบบตัดไฟรั่วเพื่อความปลอดภัย
  6. ระบบเสริมเพื่อสุขภาพและความบันเทิง: เช่น ระบบจากุซซี่ (Spa Jet), ระบบว่ายทวนน้ำ (Counter Current) หรือเครื่องปรับอุณหภูมิน้ำ (Heat Pump) เพื่อให้สระตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ดียิ่งขึ้น

บริการหลังการขายหลักของ J5

– การรับประกันสินค้า : สินค้าและอุปกรณ์ต่างๆ มีการรับประกันคุณภาพตามเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด

– การให้คำปรึกษาเชิงเทคนิค : ทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาตลอดการใช้งาน เรื่องวิธีดูแลรักษา และการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

– บริการเข้าตรวจสอบหน้างานทันที : มีทีมช่างวิ่งเข้าตรวจสอบพื้นที่หน้างานอย่างเร่งด่วนเมื่อระบบหรืออุปกรณ์เกิดขัดข้อง

– บริการซ่อมแซมและเปลี่ยนอะไหล่ : รองรับการซ่อมบำรุงอุปกรณ์สระว่ายน้ำทุกระบบ รวมถึงการจัดหาอะไหล่แท้ทดแทน

– บริการตรวจเช็กและบำรุงรักษาตามระยะเวลา : มีโปรแกรมเข้าตรวจเช็คสภาพความพร้อมของอุปกรณ์ในห้องเครื่องเพื่อยืดอายุการใช้งาน

 

บริการดูแลสระว่ายน้ำครบวงจร (Maintenance Service)

นอกจากบริการซ่อมแซมอุปกรณ์แล้ว ทางบริษัทยังมีแพ็กเกจบริการดูแลสระว่ายน้ำระยะยาว (สำหรับบ้านพักอาศัย โรงแรม หรือคาเฟ่) ประกอบด้วย

– การทำความสะอาด : ขัดพื้น ผนังสระ และช้อนเศษใบไม้สิ่งสกปรก

– การปรับสมดุลค่าน้ำ : ตรวจเช็คและเติมสารเคมี/เกลือ ให้เหมาะสมและปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน

– การดูแลระบบกรอง : ล้างระบบถังกรองและตรวจเช็กการทำงานของปั๊มน้ำ

– สรุปรายงาน : มีการสรุปรายงานผลการตรวจเช็กและสภาพสระให้ลูกค้าทราบทุกครั้ง

ความถี่ในการบำรุงรักษาขึ้นอยู่กับปริมาณผู้ใช้งาน (Pool Load) เป็นสำคัญ เพื่อให้ได้น้ำที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน โดยแบ่งตามประเภทการใช้งานได้ดังนี้:

  • สระบ้านส่วนตัว: ดูแลสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อทำความสะอาดทั่วไปและปรับสมดุลเคมี
  • สระคอนโดมิเนียม: ดูแล 2–3 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อจัดการคราบสกปรกและแบคทีเรียที่สะสมจากการใช้งานร่วมกัน
  • สระโรงแรม/รีสอร์ท: ดูแลทุกวัน โดยต้องตรวจวัดและปรับค่าน้ำอย่างน้อย 1–2 รอบต่อวัน เพื่อคงมาตรฐานความสะอาดและสุขอนามัย
  • สระพาณิชย์/สาธารณะ: ดูแลทุกวัน และตรวจวัดค่าน้ำทุก 2–4 ชั่วโมง เนื่องจากมีอัตราการปนเปื้อนสูงและต้องปฏิบัติตามมาตรฐานควบคุมสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด

เมื่อน้ำเริ่มเขียวหรือขุ่น แสดงว่ามีตะไคร่น้ำเจริญเติบโตหรือสิ่งสกปรกสะสมเกินกว่าระบบจะจัดการได้ ควรแก้ไขตาม 6 ขั้นตอน ดังนี้:

  1. จัดเตรียมพื้นที่: ช้อนเศษใบไม้และสิ่งสกปรกออกจากผิวน้ำและก้นสระให้หมด
  2. ขัดทำความสะอาด: ใช้แปรงขัดพื้นและผนังสระเพื่อกำจัดฟิล์มตะไคร่น้ำ ทำให้สารเคมีทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
  3. ปรับสมดุล pH: ควบคุมค่า pH ให้อยู่ในช่วง 7.2–7.6 (สำคัญมาก เพื่อให้คลอรีนฆ่าเชื้อได้ผลสูงสุด)
  4. ทำช็อกคลอรีน (Shock Treatment): ใช้คลอรีนในปริมาณ 2–3 เท่าจากปกติ เพื่อฆ่าเชื้อโรคและตะไคร่น้ำอย่างรวดเร็ว
  5. เดินระบบกรองต่อเนื่อง: เปิดปั๊มและระบบกรอง 24 ชั่วโมงเพื่อดักจับซากตะไคร่น้ำ พร้อมหมั่นทำ Backwash เพื่อระบายสิ่งสกปรกออกจากถังกรอง
  6. กำจัดตะกอน: หากน้ำยังขุ่น ให้ใช้สารตกตะกอน (Flocculant) เพื่อให้สิ่งสกปรกตกลงก้นสระ จากนั้นใช้สายดูดตะกอนทิ้งออกไปนอกระบบ (Waste)

มีบริการรับซ่อมปั๊มสระว่ายน้ำและอุปกรณ์สระว่ายน้ำทุกระบบ โดยหากปั๊มไม่ทำงาน ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญของ J5 

พร้อมที่จะวิ่งเข้าตรวจสอบปัญหาที่หน้างานเพื่อวินิจฉัย และในกรณีที่อุปกรณ์เสียหายหนัก 

จะนำกลับมาประเมินเพื่อซ่อมแซมหรือเปลี่ยนอะไหล่แท้จากแบรนด์ชั้นนำให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ

เพื่อความรวดเร็ว คุณสามารถตรวจเช็คปั๊มเบื้องต้นและเตรียมข้อมูลไว้แจ้งศูนย์บริการได้ดังนี้

วิธีเช็คอาการเบื้องต้นก่อนแจ้งช่าง

  1. เช็คระบบไฟ : ตรวจดูว่าเบรกเกอร์ (Breaker) ทริปหรือดีดลงไหม หรือมีเสียงมอเตอร์ครางอื้อๆ แต่ใบพัดไม่หมุนหรือไม่
  2. เช็คสิ่งอุดตัน : เปิดฝาดูตระกร้าหน้าปั๊มว่ามีเศษใบไม้หรือสิ่งสกปรกเข้าไปติดแน่นจนใบพัดล็อกหรือไม่
  3. เช็คแบรนด์/รุ่น : ถ่ายรูปป้ายสเปก (Nameplate) ที่ตัวปั๊มไว้ เพื่อให้ช่างเตรียมอะไหล่ได้ตรงรุ่น  (เช่น Hayward, Jesta, Waterco , Swimpro , Aquark )



ความไว้วางใจจากลูกค้า

การันตีประสบการณ์นานกว่า 22 ปี

หากคุณสนใจอุปกรณ์สระว่ายน้ำครบวงจร

ติดต่อเราได้เลย

ช่องทางการติดต่อ

อีเมล info@j5-swimmingpool.com

Call Center
02-277-1345 / 061-796-6649