02-277-1345, 061-796-6649

สารบัญ

น้ำในสระว่ายน้ำมีกลิ่น เกิดจากอะไร? วิธีแก้ไขและดูแลให้น้ำสะอาดอยู่เสมอ

สารบัญ

      น้ำในสระว่ายน้ำที่มีกลิ่นผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นคลอรีนแรง กลิ่นอับ หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ อาจเป็นสัญญาณว่าคุณภาพน้ำในสระกำลังมีปัญหา การดูแลเพียงเติมสารเคมีเพิ่มอาจไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

บทความนี้จะพาไปดูว่า น้ำในสระว่ายน้ำมีกลิ่นเกิดจากอะไร มีวิธีแก้ไขอย่างไร และควรดูแลอุปกรณ์สระว่ายน้ำแบบไหนเพื่อช่วยให้น้ำสะอาดและไม่มีกลิ่น

สาเหตุที่น้ำในสระว่ายน้ำมีกลิ่น

1. มีสารอินทรีย์สะสมอยู่ในน้ำ

สิ่งสกปรกจากผู้ใช้งาน เช่น เหงื่อ ครีมกันแดด เครื่องสำอาง น้ำมันจากผิว หรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ สามารถสะสมอยู่ในน้ำได้ หากระบบกรองและระบบฆ่าเชื้อทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ สิ่งสกปรกเหล่านี้อาจทำให้น้ำมีกลิ่นและคุณภาพน้ำลดลง ยิ่งสระว่ายน้ำมีผู้ใช้งานจำนวนมาก ก็ยิ่งควรตรวจสอบคุณภาพน้ำและดูแลระบบกรองอย่างสม่ำเสมอ

2. ระดับคลอรีนไม่สมดุล

หลายคนเข้าใจว่ากลิ่นคลอรีนแรงหมายถึงการใส่คลอรีนมากเกินไป แต่ในความจริงแล้ว กลิ่นฉุนนั้นเกิดจากสารประกอบที่เรียกว่า คลอรามีน (Chloramines) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคลอรีนอิสระทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ (เช่น เหงื่อหรือสิ่งสกปรก) ในน้ำ ดังนั้น เมื่อสระมีกลิ่นคลอรีนฉุน ควรตรวจสอบค่าเคมีของน้ำเพื่อทำการ “ช็อกสระ (Shock Pool)” หรือแก้ปัญหาให้ตรงจุดก่อนการเติมคลอรีนแบบปกติ

3. ระบบกรองน้ำทำงานไม่มีประสิทธิภาพ

ระบบกรองเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาคุณภาพน้ำ หากปั๊มสระว่ายน้ำ เครื่องกรอง หรือวัสดุกรอง ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ สิ่งสกปรกจะตกค้างและสะสมอยู่ในระบบ ซึ่งมักเกิดจาก: 

  • เครื่องกรองสกปรกหรืออุดตัน
  • วัสดุกรองเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน 
  • ระยะเวลาการเดินระบบกรองต่อวันไม่เพียงพอ
  • ขนาดปั๊มและเครื่องกรองไม่เหมาะกับปริมาตรน้ำในสระ
  • ไม่มีการล้างระบบกรอง (Backwash/Clean) อย่างสม่ำเสมอ

4. ค่า pH ของน้ำไม่สมดุล

ค่า pH มีผลต่อประสิทธิภาพของระบบฆ่าเชื้อในสระว่ายน้ำ หากค่า pH สูงหรือต่ำเกินไป คลอรีนจะทำงานได้ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้สิ่งสกปรกและเชื้อโรคสะสมในน้ำได้มากขึ้น การตรวจสอบและปรับสมดุลค่า pH ให้อยู่ในระดับมาตรฐาน (ประมาณ 7.2 – 7.6) จึงเป็นส่วนสำคัญ 

5. มีตะไคร่น้ำหรือสิ่งสกปรกสะสมในสระ

  • พื้นและผนังสระ
  • มุมสระ
  • รางน้ำล้น (Overflow) 
  • สกิมเมอร์ (Skimmer) 
  • ตะกร้าหน้าปั๊ม
  • ระบบท่อและเครื่องกรอง

วิธีแก้ปัญหาน้ำในสระว่ายน้ำมีกลิ่น

1. ตรวจสอบคุณภาพน้ำก่อนแก้ไข

ควรตรวจสอบค่าพื้นฐานของน้ำ เช่น ค่า pH และระดับสารฆ่าเชื้อ เพื่อดูว่าน้ำมีความสมดุลหรือไม่ การตรวจสอบก่อนเติมสารเคมีจะช่วยให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและลดการใช้สารเคมีเกินความจำเป็น

2. ตรวจสอบระบบปั๊มและเครื่องกรองสระว่ายน้ำ

ตรวจสอบว่า ปั๊มสระว่ายน้ำและเครื่องกรอง ทำงานปกติหรือไม่ สังเกตแรงดัน (Pressure) ของระบบและความสะอาดของวัสดุกรอง สำหรับเครื่องกรองทราย ควรล้างย้อนระบบ (Backwash) ตามความเหมาะสม ส่วนระบบกรองประเภทอื่นควรทำความสะอาดถอดล้างตามคำแนะนำของผู้ผลิต 

3. เพิ่มการหมุนเวียนของน้ำ

น้ำที่มีการหมุนเวียนอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ระบบกรองสามารถดักจับสิ่งสกปรกและกระจายสารฆ่าเชื้อได้ทั่วถึงมากขึ้นควรตั้งเวลาการทำงานของปั๊มให้เหมาะกับขนาดสระ ปริมาณน้ำ และลักษณะการใช้งาน เพื่อให้ระบบสามารถหมุนเวียนน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ทำความสะอาดสระและอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ

ควรทำความสะอาดพื้น ผนัง และบริเวณต่าง ๆ ของสระ พร้อมตรวจสอบตะกร้าสกิมเมอร์ ตะกร้าหน้าปั๊ม และเครื่องกรอง การใช้ หุ่นยนต์ทำความสะอาดสระว่ายน้ำ หรืออุปกรณ์ทำความสะอาดที่เหมาะสม สามารถช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรกและลดภาระในการดูแลสระได้ 

5. ปรับสมดุลน้ำอย่างเหมาะสม

หากตรวจพบว่าคุณภาพน้ำไม่สมดุล ควรปรับค่าต่าง ๆ ให้เหมาะสมก่อนใช้งานสระ การดูแลคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดปัญหากลิ่น น้ำขุ่น และการเกิดตะไคร่น้ำในระยะยาว

วิธีดูแลสระว่ายน้ำไม่ให้น้ำมีกลิ่น

  • ตรวจสอบคุณภาพน้ำเป็นประจำ
  • ทำความสะอาดพื้นและผนังสระ
  • เก็บใบไม้และสิ่งสกปรกออกจากสระ
  • ทำความสะอาดตะกร้าสกิมเมอร์และตะกร้าหน้าปั๊ม
  • ตรวจสอบการทำงานของปั๊มสระว่ายน้ำ
  • ดูแลและล้างเครื่องกรองตามความเหมาะสม
  • ตรวจสอบระบบหมุนเวียนน้ำ
  • ใช้อุปกรณ์สระว่ายน้ำที่เหมาะสมกับขนาดของสระ

อุปกรณ์สระว่ายน้ำที่ช่วยดูแลคุณภาพน้ำ

  • ปั๊มสระว่ายน้ำ ช่วยหมุนเวียนน้ำจากสระเข้าสู่ระบบกรองและส่งน้ำกลับเข้าสระ การเลือกขนาดปั๊มที่เหมาะสมจะช่วยให้ระบบหมุนเวียนน้ำทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • เครื่องกรองสระว่ายน้ำ ทำหน้าที่ดักจับสิ่งสกปรกและอนุภาคต่าง ๆ ที่อยู่ในน้ำ ควรเลือกประเภทและขนาดเครื่องกรองให้เหมาะกับปริมาณน้ำและการใช้งานของสระ

  • ระบบฆ่าเชื้อโรคในสระว่ายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นระบบเติมคลอรีนอัตโนมัติ เครื่องผลิตคลอรีนจากเกลือ (Salt Chlorinator) หรือระบบ UV / Ozone ระบบฆ่าเชื้อที่เสถียรจะช่วยควบคุมคุณภาพน้ำและลดกลิ่นได้ดีที่สุด 

  • หุ่นยนต์ทำความสะอาดสระว่ายน้ำ ช่วยดูดเก็บสิ่งสกปรก ตะกอน และเศษต่าง ๆ บริเวณพื้นและผนังสระโดยอัตโนมัติ ลดการสะสมของสารอินทรีย์ต้นเหตุของกลิ่น และช่วยให้การดูแลสระสะดวกสบายขึ้น  

สรุป

        หากน้ำในสระว่ายน้ำมีกลิ่น ไม่ควรแก้ปัญหาด้วยการเติมคลอรีนหรือสารเคมีเพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบคุณภาพน้ำ ระบบกรอง ระบบหมุนเวียนน้ำ และความสะอาดของอุปกรณ์ควบคู่กันไปการดูแลสระว่ายน้ำอย่างสม่ำเสมอ พร้อมเลือกใช้ อุปกรณ์สระว่ายน้ำที่เหมาะสม จะช่วยให้น้ำใส สะอาด ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ และช่วยให้การดูแลสระง่ายขึ้นในระยะยาว

J5 Swimming Pool พร้อมให้บริการออกแบบ ติดตั้งระบบสระว่ายน้ำ และจำหน่ายอุปกรณ์สระว่ายน้ำครบวงจร ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษา เพื่อเลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับทุกการใช้งาน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-277-1345 Line: @j5pool 

FAQ ท้ายบทความ

1. น้ำในสระว่ายน้ำมีกลิ่นคลอรีนแรง เกิดจากอะไร?

เกิดจากสารที่เรียกว่า คลอรามีน (Chloramines) ไม่ใช่เพราะใส่คลอรีนมากเกินไปอย่างที่หลายคนเข้าใจ

  • ปฏิกิริยาเคมี: เกิดขึ้นเมื่อคลอรีนไปจับตัวกับสารอินทรีย์ เช่น เหงื่อ ปัสสาวะ หรือคราบครีมกันแดด จนเปลี่ยนสภาพเป็นสารคลอรามีนซึ่งมีกลิ่นฉุนและทำให้แสบตา
  • คลอรีนสะอาดไม่พอ: กลิ่นฉุนเป็นสัญญาณบอกว่าคลอรีนในสระถูกใช้งานไปหมดแล้ว สระกำลังขาด คลอรีนอิสระ (Free Chlorine) เข้าไปฆ่าเชื้อโรค

2.เครื่องกรองสระว่ายน้ำทำให้น้ำมีกลิ่นได้หรือไม่?

ทำได้แน่นอน หากระบบกรองทำงานไม่สมบูรณ์หรือขาดการดูแล

  • สิ่งสกปรกตกค้างหมักหมม: เมื่อเครื่องกรองดักจับเศษสารอินทรีย์ ตะกอน และตะไคร่น้ำเอาไว้ หากไม่มีการล้างย้อน (Backwash) หรือทำความสะอาดไส้กรอง สิ่งสกปรกเหล่านี้จะย่อยสลายในถังกรอง
  • พากลิ่นวนกลับสระ: เมื่อเปิดปั๊มทำงาน น้ำที่ไหลผ่านถังกรองที่สกปรกจะพากลิ่นอับและเชื้อแบคทีเรียวนกลับเข้าสู่สระตลอดเวลา
  • ทรายกรองหมดอายุ: สื่อกรอง (เช่น ทรายหรือแก้วกรอง) ที่ใช้มานานเกินไปจะจับตัวเป็นก้อน เสียประสิทธิภาพในการดักจับสิ่งสกปรกเล็กๆ และกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค

3.ทำอย่างไรไม่ให้น้ำในสระมีกลิ่น?

  1. ทำช็อกคลอรีน (Shock Pool) : เติมคลอรีนเข้มข้นสูงชั่วคราวเพื่อเผาพลายสาร “คลอรามีน” ที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นฉุนออกไป

  2. คุมค่า pH ให้ได้มาตรฐาน : คุมค่า pH ให้อยู่ในช่วง 7.2 – 7.6 ซึ่งเป็นช่วงที่คลอรีนทำงานฆ่าเชื้อและสลายสิ่งสกปรกได้ดีที่สุด

  3. ล้างเครื่องกรองตามรอบ : ทำ Backwash เครื่องกรองทราย หรือล้างไส้กรองผ้า กรองกระดาษทุกๆ 1-2 สัปดาห์ เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกสะสมในถังกรอง

  4. เปิดระบบหมุนเวียนน้ำให้เพียงพอ : เดินปั๊มกรองน้ำอย่างน้อย 8-12 ชั่วโมง/วัน เพื่อให้น้ำหมุนเวียนผ่านระบบฆ่าเชื้อทั่วทั้งสระ

  5. ลดสารอินทรีย์ก่อนลงสระ : ล้างตัวก่อนลงเล่นน้ำเพื่อลดเหงื่อและครีม พร้อมทั้งช้อนใบไม้และดูดตะกอนก้นสระเป็นประจำ

หากคุณสนใจอุปกรณ์สระว่ายน้ำ

ติดต่อเราได้เลย

บทความแนะนำ

ช่องทางการติดต่อ

อีเมล info@j5-swimmingpool.com

Call Center
02-277-1345 / 061-796-6649