ปลากัด เป็นปลาสวยงามที่คนไทยคุ้นเคยและนิยมเลี้ยงกันมานาน เพราะสีสันสดใส เลี้ยงง่าย และใช้พื้นที่ไม่มาก แต่หลายคนที่เริ่มเลี้ยงปลากัดมักเจอปัญหาเหมือนกัน เช่น น้ำขุ่นเร็ว ปลากัดซึม สีซีด หรือป่วยโดยไม่รู้สาเหตุ ทั้งที่คิดว่าเลี้ยงถูกวิธีแล้วความจริงแล้ว การเลี้ยงปลากัดให้แข็งแรงและสีสวย ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่กับอาหารเท่านั้น แต่ คุณภาพน้ำ และการเตรียมอุปกรณ์ที่เหมาะสม คือหัวใจสำคัญที่หลายคนมองข้าม
บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจ วิธีเลี้ยงปลากัดอย่างถูกต้องตั้งแต่พื้นฐาน ตั้งแต่การเตรียมน้ำ อุปกรณ์ที่จำเป็น เทคนิคการให้อาหาร ไปจนถึงเคล็ดลับดูแลน้ำให้น้ำใสสะอาด เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และคนที่อยากเลี้ยงปลากัดให้สวยงาม แข็งแรง และอยู่กับเราได้นาน
รู้จัก ปลากัด ก่อนเริ่มเลี้ยง
ปลากัด (Betta Fish) เป็นปลาน้ำจืดที่มีอวัยวะพิเศษเรียกว่า Labyrinth ช่วยให้สามารถหายใจอากาศเหนือผิวน้ำได้ ทำให้ปลากัดสามารถอยู่ในน้ำนิ่งหรือโหลขนาดเล็กได้ดีกว่าปลาชนิดอื่น
- สีสันสดใส ครีบสวยงาม
- มีนิสัยหวงอาณาเขต โดยเฉพาะตัวผู้
- ทนทาน แต่ไวต่อคุณภาพน้ำ
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมสำหรับเลี้ยงปลากัด
- โหลหรือภาชนะเลี้ยงปลา (ควรเป็นแก้วหรือพลาสติกใส)
- น้ำพักหรือ น้ำปรับสภาพแล้ว
- ใบหูกวางแห้ง (ช่วยปรับสภาพน้ำและลดเชื้อแบคทีเรีย)
- อาหารปลากัดคุณภาพดี
- สวิงตักปลา
อุปกรณ์เสริม (สำหรับเลี้ยงหลายตัวหรือเลี้ยงในตู้)
- ตู้ปลา หรือบ่อเลี้ยง
- ระบบกรองน้ำหรือถังกรองบ่อปลา
- ปั๊มลม (ในกรณีเลี้ยงรวม)
ขั้นตอนและวิธีเลี้ยงปลากัด ให้สุขภาพดี
การเตรียมน้ำและปรับสภาพน้ำ
- ใช้น้ำประปาที่พักไว้ 24–48 ชั่วโมง เพื่อให้คลอรีนระเหย
- ใส่ใบหูกวางแห้ง 1 ใบต่อโหล เพื่อช่วยปรับสภาพน้ำ
- รักษาอุณหภูมิน้ำให้คงที่ ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป
- ไม่ควรใช้น้ำใหม่ทันทีโดยไม่พัก เพราะคลอรีนอาจทำให้ปลากัดเครียดและป่วย
เทคนิคการให้อาหารปลากัด
- ให้อาหารวันละ 1–2 ครั้ง
- ปริมาณอาหารต้องหมดภายใน 1–2 นาที
- สลับอาหารเม็ด อาหารสด หรืออาหารแช่แข็ง
- อาหารที่เหมาะกับปลากัด อาหารเม็ดเฉพาะปลากัด ไรแดง ลูกน้ำ
วิธีสังเกตปลาป่วยเบื้องต้น
- ซึม ไม่ว่ายน้ำ
- สีซีดลง
- ครีบหุบหรือขาด
- ลอยน้ำหรือจมน้ำผิดปกติ
(หากพบอาการผิดปกติ ควรแยกปลาออกจากตัวอื่น และตรวจสอบคุณภาพน้ำทันที)
สายพันธุ์ปลากัดที่นิยมในไทย
ปลากัดหม้อ
- รูปร่างแข็งแรง
- อดทนสูง
- นิยมเลี้ยงแบบดั้งเดิม
ปลากัดจีน
- ครีบยาว สีสด
- เลี้ยงเพื่อความสวยงาม
- ต้องดูแลน้ำเป็นพิเศษ
ปลากัดแฟนซี
- สีลวดลายหลากหลาย
- นิยมในตลาดปลาสวยงาม
- ต้องการสภาพแวดล้อมที่เสถียร
เคล็ดลับทำให้น้ำใสสะอาด หัวใจสำคัญของการเลี้ยงปลา
หากเลี้ยงปลากัดในโหลเดี่ยว การเปลี่ยนน้ำบางส่วนสม่ำเสมออาจเพียงพอ แต่ในกรณีที่
- เลี้ยงรวมหลายตัว
- เลี้ยงในตู้ปลา หรือบ่อขนาดใหญ่
การใช้ ระบบกรองหรือถังกรองบ่อปลา จะช่วยบำบัดน้ำ ลดของเสียและแอมโมเนีย ทำให้น้ำใสสะอาด คล้ายระบบกรองของสระว่ายน้ำ
ประโยชน์ของถังกรองบ่อปลา
- ช่วยกรองเศษอาหารและของเสีย
- ลดกลิ่นและน้ำขุ่น
- ทำให้ปลาสุขภาพดีในระยะยาว
ข้อห้ามและสิ่งที่มือใหม่มักทำพลาด
- ห้ามเลี้ยงรวมกันในที่แคบ ปลากัดตัวผู้มีนิสัยดุ หากเลี้ยงรวมกันในพื้นที่จำกัด อาจกัดกันจนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
- ห้ามเปลี่ยนน้ำ 100% ทันที การเปลี่ยนน้ำทั้งหมดในครั้งเดียว จะทำให้อุณหภูมิน้ำเปลี่ยนฉับพลัน ค่าน้ำไม่คงที่ส่งผลให้ปลากัดเครียดและป่วย ควรเปลี่ยนน้ำเพียง 20–30% ต่อครั้ง
การเลี้ยงปลากัดให้สีสวย แข็งแรง และน้ำใส ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงเข้าใจธรรมชาติของปลา เตรียมน้ำให้เหมาะสม เลือกใช้อุปกรณ์ให้ถูกต้อง และหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อย หากดูแลอย่างสม่ำเสมอ ปลากัดจะอยู่กับคุณได้นานและสวยงามตลอดเวลา
หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสระว่ายน้ำ J5 Swimming Pool พร้อมให้บริการออกแบบ ติดตั้ง และจำหน่ายอุปกรณ์สระว่ายน้ำครบวงจร โดยทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-277-1345 หรือ Line: @j5pool
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีเลี้ยงปลากัด (FAQ)
เลี้ยงปลากัดด้วยน้ำประปาได้หรือไม่?
ได้ แต่ต้องพักน้ำอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หรือใช้น้ำยาปรับสภาพน้ำก่อนใช้งาน
ปลากัดอดอาหารได้กี่วัน?
ปลากัดสามารถอดอาหารได้ประมาณ 3–5 วัน แต่ไม่ควรทำบ่อย เพราะส่งผลต่อสุขภาพ
ควรล้างโหลปลากัดบ่อยแค่ไหน?
ควรล้างโหลและเปลี่ยนน้ำบางส่วน สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความสะอาดของน้ำ

