สระว่ายน้ำระบบเกลือเป็นอีกหนึ่งระบบที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง เพราะช่วยให้น้ำในสระมีความนุ่ม ลดการพึ่งพาคลอรีนแบบเติมโดยตรง และทำให้การดูแลสระว่ายน้ำสะดวกมากขึ้น แต่สำหรับเจ้าของสระหลายคน อาจยังสงสัยว่าเติมเกลือสระว่ายน้ำต้องทำอย่างไร ใช้ปริมาณเท่าไหร่ และควรเติมเมื่อไหร่จึงจะเหมาะสม ความจริงแล้ว การเติมเกลือสระว่ายน้ำต้องควบคุมระดับความเข้มข้นให้เหมาะกับเครื่องผลิตคลอรีน เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์
บทความนี้ J5 Swimming Pool จะพาคุณไปรู้จักวิธีคำนวณปริมาณเกลือ วิธีเติมที่ถูกต้อง และข้อควรรู้สำคัญเกี่ยวกับระบบเกลือสำหรับสระว่ายน้ำ
ทำไมต้อง เติมเกลือสระว่ายน้ำ?
- ช่วยรักษาค่าคลอรีนในน้ำให้คงที่
- ลดภาระการเติมคลอรีนแบบ Manual
- ทำให้น้ำในสระนุ่มขึ้นและสบายผิวมากขึ้น
- ลดกลิ่นคลอรีนที่ฉุนเกินไป
- เหมาะกับสระบ้าน สระโรงแรม และสระ Pool Villa
จะรู้ได้ตอนไหนว่าควร เติมเกลือสระว่ายน้ำ?
- เครื่องผลิตคลอรีนแจ้งเตือน Low Salt
- ค่าเกลือต่ำกว่าค่าที่กำหนด
- หลังจากล้างกรองด้วยระบบ Backwash
- หลังฝนตกหนัก
- หลังเติมน้ำใหม่เข้าระบบจำนวนมาก
วิธีคำนวณว่าต้องเติมเกลือสระว่ายน้ำ ปริมาณเท่าไหร่? ให้เป๊ะ ไม่มีพลาด
สูตร กว้าง × ยาว × ความลึกเฉลี่ย = ปริมาตรน้ำ (ลูกบาศก์เมตร)
ตัวอย่าง กว้าง 4 เมตร ยาว 8 เมตร ความลึกเฉลี่ย 1.5 เมตร
4 × 8 × 1.5 = 48 ลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 48,000 ลิตร
การคำนวณสำหรับการเติมเกลือสระตั้งต้น(สำหรับสระใหม่)
ปริมาตรน้ำ (ลิตร) × ค่าความเค็มที่ต้องการ (ppm) ÷ 1,000,000
ตัวอย่าง
สระขนาด 48,000 ลิตร
ต้องการค่าความเค็ม 5,000 ppm
48,000 × 5,000 ÷ 1,000,000
= ต้องใช้เกลือประมาณ 240 กิโลกรัม
4 ขั้นตอนการ เติมเกลือสระว่ายน้ำ อย่างถูกวิธีและปลอดภัยต่อระบบ
1. วัดสภาพน้ำและปรับสมดุล pH
ก่อนเติมเกลือ ควรตรวจสอบค่าเกลือ ค่า pH และค่าคลอรีนในน้ำ โดยค่า pH ที่เหมาะสมควรอยู่ประมาณ 7.2 – 7.6 เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. เทเกลือกระจายรอบขอบสระ
ควรเติมเกลือให้กระจายทั่วบริเวณสระ ไม่เทรวมกันเป็นจุดเดียว เพื่อช่วยให้เกลือละลายได้ดี และลดความเข้มข้นเฉพาะจุดที่อาจส่งผลต่ออุปกรณ์สระ
3. เร่งการละลาย
เปิดระบบหมุนเวียนน้ำด้วยปั๊มกรอง เพื่อช่วยกระจายเกลือทั่วสระ พร้อมใช้แปรงสระช่วยละลายเกลือบริเวณที่ตกค้าง
4. วัดค่าซ้ำและเปิดเครื่องผลิตคลอรีน
หลังจากเกลือละลายหมด ควรวัดค่าเกลืออีกครั้งให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมประมาณ 4,500 – 6,000 ppm ก่อนเปิดใช้งานเครื่องผลิตคลอรีนระบบเกลือ การเติมเกลืออย่างถูกต้อง ช่วยให้ระบบสระว่ายน้ำทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ น้ำสะอาดใส และยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์
3 ผลเสียของการ เติมเกลือสระว่ายน้ำ มากเกินไป และวิธีแก้ไข
1.อุปกรณ์และโครงสร้างสระเสื่อมสภาพเร็ว
ค่าเกลือที่สูงเกินไปอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการกัดกร่อนของอุปกรณ์บางประเภท เช่น ชิ้นส่วนโลหะ สแตนเลส และอุปกรณ์ภายในระบบสระว่ายน้ำ ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง
วิธีแก้ไข
ตรวจวัดค่าเกลือเป็นประจำ และรักษาระดับเกลือให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมตามคำแนะนำของเครื่องผลิตคลอรีน
2.ระคายเคืองผิวและดวงตา
แม้ว่าน้ำระบบเกลือจะให้ความรู้สึกนุ่มสบายผิว แต่หากมีปริมาณเกลือสูงเกินไป อาจทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกระคายเคืองผิว แสบตา หรือไม่สบายขณะว่ายน้ำ
วิธีแก้ไข
ตรวจสอบค่าเกลือและปรับสมดุลน้ำให้อยู่ในระดับมาตรฐาน
3. เครื่องเกลือแจ้ง Error (High Salt) และหยุดทำงาน
เครื่องผลิตคลอรีนระบบเกลือหลายรุ่นมีระบบป้องกันเมื่อพบค่าความเค็มสูงเกินกำหนด โดยอาจแจ้งเตือน High Salt และหยุดการผลิตคลอรีนอัตโนมัติ
วิธีแก้ไข
- ถ่ายน้ำออกบางส่วน
- เติมน้ำใหม่เพื่อลดค่าความเค็ม
- ตรวจวัดค่าซ้ำก่อนเปิดใช้งานเครื่องอีกครั้ง
แนะนำเครื่องผลิตคลอรีนจากเกลือ
การเติมเกลือสระว่ายน้ำอย่างถูกวิธี ช่วยให้ระบบผลิตคลอรีนทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ควบคุมคุณภาพน้ำให้สะอาดใส และช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์สระว่ายน้ำ โดยควรรักษาค่าความเค็มให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมตามคำแนะนำของเครื่องแต่ละรุ่น
J5 Swimming Pool พร้อมให้บริการออกแบบ ติดตั้งระบบสระว่ายน้ำ และจำหน่ายอุปกรณ์สระว่ายน้ำครบวงจร ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษา เพื่อเลือกโซลูชันที่เหมาะสมกับทุกการใช้งาน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-277-1345 Line: @j5pool
คำถามที่พบบ่อย
1.เติมเกลือแกง หรือเกลือทำอาหารลงในสระว่ายน้ำได้หรือไม่?
ไม่ได้ครับ และไม่แนะนำอย่างยิ่ง
- เหตุผลเชิงเทคนิค : เกลือทำอาหาร (เช่น เกลือแกง เกลือบริโภคเสริมไอโอดีน) มีสารเติมแต่งหลายชนิด เช่น สารกันก้อน (Anti-caking agents) และ ไอโอดีน รวมถึงมีสิ่งเจือปนและแร่ธาตุอื่น
- ผลกระทบ : สารเหล่านี้จะทำปฏิกิริยากับน้ำ ทำให้ น้ำสระขุ่น เกิดคราบเหลือง/น้ำตาลเกาะขอบสระ และที่สำคัญที่สุดคือ สารกันก้อนจะไป อุดตันและกัดกร่อนแผ่นเซลล์ (Cell Plates) ของเครื่องผลิตคลอรีน ทำให้เครื่องเสื่อมสภาพเร็วหรือพังได้
- สิ่งที่ควรใช้ : ต้องใช้ เกลือบริสุทธิ์สำหรับสระว่ายน้ำโดยเฉพาะ (Refined Salt) ที่มีความบริสุทธิ์ของ NaCl มากกว่า 99% ไม่มีสารไอโอดีนและไม่มีสารกันก้อน เกลือจะละลายได้ไว น้ำใส และไม่ทำร้ายอุปกรณ์
2.หลังจาก เติมเกลือสระว่ายน้ำ แล้ว ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะลงเล่นน้ำได้
ควรรอประมาณ 8 – 24 ชั่วโมง (อย่างน้อยที่สุดคือเกลือต้องละลายหมด 100%)
- เหตุผลเชิงเทคนิค : หลังจากเทเกลือลงสระ ต้องเปิดปั๊มกรองเพื่อหมุนเวียนน้ำ (Circulation) ให้เกลือละลายและกระจายตัวจนค่าความเค็มทั่วทั้งสระเท่ากัน และต้องรอให้ เครื่องผลิตคลอรีน (Salt Chlorinator) ทำงานแปรรูปเกลือให้กลายเป็นคลอรีน ในระดับที่เพียงพอต่อการฆ่าเชื้อโรคก่อน
- ข้อควรระวัง : หากลงเล่นทันทีขณะที่เกลือยังตกตะกอนอยู่ก้นสระ หรือความเข้มข้นยังไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้ แสบตา ระคายเคืองผิว จากความเค็มเฉพาะจุดได้
3.หากเปิดเครื่องเกลือทิ้งไว้ตลอด จะต้องเติมเกลือบ่อยแค่ไหน?
- เกลือไม่ได้ระเหยหายไปกับแสงแดด จึงไม่จำเป็นต้องเติมถี่ๆ โดยทั่วไปจะเติมใหญ่ปีละ 1 – 2 ครั้ง หรือเติมเพิ่มเล็กน้อยเมื่อค่าความเค็ม
ลดลงเท่านั้นครับ - เหตุผลเชิงเทคนิค : ระบบเกลือเป็นระบบหมุนเวียนปิด เครื่องผลิตคลอรีนจะเปลี่ยนเกลือ (NaCl) ให้เป็นคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อ และเมื่อคลอรีนหมดฤทธิ์ลง มันจะ สลายตัวกลับมาเป็นเกลืออยู่ในน้ำตามเดิม ดังนั้น การเปิดเครื่องทิ้งไว้จึงไม่ได้ทำให้เกลือสูญหายไปไหน
- ข้อแนะนำ : ให้ตรวจวัดค่าความเค็มด้วยชุดทดสอบเดือนละ 1 ครั้ง หากพบว่าค่า ppm ดรอปกว่าเกณฑ์มาตรฐานของเครื่อง ค่อยเติมเพิ่มตามปริมาณที่ขาดไป
