J5 Swimming Pool

การเลือกใช้เครื่องกรองสระว่ายน้ำแต่ละประเภท

เครื่องกรองสระว่ายน้ำ

  สำหรับวันนี้ เราจะพาไปทำความรู้จักกับ เครื่องกรองสระว่ายน้ำ ซึ่งเป็นอุปกรณ์สระว่ายน้ำที่สำคัญที่สุดในระบบหมุนเวียนน้ำ นั่นเอง

        ถ้าพูดถึง เครื่องกรองสระว่ายน้ำ หลาย ๆ คนคงต้องเคยเห็นผ่าน ๆ กันมาบ้างแล้ว ดังนั้นเราจะพาไปรู้จักกับเครื่องกรองสระว่ายน้ำกันเลยดีกว่า
สำหรับเครื่องกรองสระว่ายน้ำ ที่นิยมใช้กันในระบบหมุนเวียนสระว่ายน้ำ จะมีอยู่ด้วยกัน 3 ประเภทหลักนั่นเอง  นั่นก็คือ เครื่องกรองทราย (Sand Filter) เครื่องกรองผ้า (D.E. Filter) และเครื่องกรองกระดาษ (Cartridge Filter)

        ซึ่งก็จะมีปัจจัยมากมาย ที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็น ราคา และประสิทธิภาพการกรอง รวมไปถึงการเลือก ประเภท และขนาดเครื่องกรองสระว่ายน้ำให้มีความเหมาะสมกับปั๊มสระว่ายน้ำอีกด้วย เพราะถ้าหากว่าปั๊มสระว่ายน้ำ และเครื่องกรองสระว่ายน้ำที่ใช้ไม่มีความเหมาะสมกับขนาดสระว่ายน้ำของคุณ ก็อาจจะส่งผลทำให้ไม่สามารถกรองได้อย่างมีประสิทธิกาพได้ ดังนั้น ก่อนที่คุณจะเลือกเครื่องกรองสระว่ายน้ำ แนะนำว่าคุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีปั๊มสระว่ายน้ำที่มีขนาดเหมาะสมแล้วหรือไม่ ?

ลักษณะของ เครื่องกรองสระว่ายน้ำ แต่ละประเภท

        ก่อนที่เราจะสามารถเปรียบเทียบ เครื่องกรองสระว่ายน้ำ แต่ละประเภทได้นั้น เราต้องมาทำความรู้จักกับความสามารถ และรายละเอียดของแต่ละประเภทว่ากันก่อน อันดับแรกควรต้องทำความเข้าใจถึงประสิทธิภาพการกรองกันก่อน ซึ่งก็จะสัมพันธ์กับขนาดไมครอนนั่นเอง

        หลาย ๆ คนอาจเคยได้ยินคำว่า ไมครอน หรือบางครั้งคุณอาจเคยเห็นคำนี้ผ่าน ๆ กันมาบ้างแล้ว ซึ่งคุณรู้หรือไม่ว่า ไมครอน คืออะไร ? 

ไมครอน คืออะไร ?

        ถ้าพูดถึง เครื่องกรองสระว่ายน้ำแต่ละประเภทแล้ว การกรองจะสามารถกำจัดอนุภาคสิ่งสกปรกที่ปะปนอยู่ในน้ำได้ในขนาดของไมครอนที่แตกต่างกัน หากนึกภาพไม่ออกว่ามันเล็กแค่ไหน ? ให้คุณลองสังเกตจากเส้นผมของคุณดูได้ครับ

        เส้นผมของมนุษย์นั้นโดยปกติจะมีขนาดอยู่ที่ประมาณ 50 ไมครอน ยังเป็นขนาดของอนุภาคที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้อยู่ ซึ่งขนาดของอนุภาคที่เล็กสุดที่มนุษย์จะสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่านั่นคือ 40 ไมครอน นั่นหมายความว่าสิ่งปนเปื้อนที่มีขนาดเล็กกว่า 40 ไมครอนถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถมองเห็นได้ แต่มันก็ยังสามารถถูกกรองออกจากน้ำได้ ถ้าหากตัวกรองนั้นเป็นวัสดุที่สามารถกรอง อนุภาคเล็ก ๆ เหล่านั้นได้ มันก็จะไปสัมพันธ์กับประสิทธิภาพของเครื่องกรองสระว่ายน้ำแต่ละประเภทนั่นเอง  

ตัวอย่างขนาดอนุภาค

อนุภาค ขนาด
เมล็ดกาแฟ 400 ไมครอน
เกลือ 120 ไมครอน
เส้นผม 50 ไมครอน
ขีดจำกัดสายตามนุษย์ 40 ไมครอน
เชื้อรา 30 ไมครอน
เซลล์เม็ดเลือดขาว 25 ไมครอน
เซลล์เม็ดเลือดแดง 8 ไมครอน
แบคทีเรีย 2  ไมครอน

 

ประเภทของเครื่องกรองสระว่ายน้ำ
        แล้ว เครื่องกรองสำหรับสระว่ายน้ำ แต่ละประเภท มีความแตกต่าง รวมไปถึงข้อดี ข้อเสีย และการใช้งานกันอย่างไร วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับเครื่องกรองแต่ละประเภทกันนะครับ

อย่างที่หลาย ๆ คนทราบกันว่า เครื่องกรองสระว่ายน้ำ โดยหลักๆ แล้วจะมีด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่
        1. เครื่องกรองทราย (Sand Filter)
        2. เครื่องกรองคาร์ทริดจ์ (Cartridge Folter)
        3. เครื่องกรองแบบใช้ผงกรอง (D.E. Filter)
        ซึ่งราคาและประสิทธิภาพการกรองของเครื่องกรองสระว่ายน้ำแต่ละประเภนั้นก็จะมีความแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความต้องการ และวัตถุประสงค์ในการใช้งาน

 

1. เครื่องกรองทราย (Sand Filter)

เครื่องกรองสระว่ายน้ำ

       

        หากคุณมีงบประมาณจำกัด และไม่ค่อยมีเวลาในการดูแลบำรุงรักษา เครื่องกรองทรายถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในบรรดาเครื่องกรองสระว่ายน้ำทั้ง 3 ประเภท อีกทั้งยังเหมาะสำหรับสระว่ายน้ำขนาดใหญ่อีกด้วย เป็นเครื่องกรองสระว่ายน้ำ ประเภทที่ใช้ทรายเป็นสื่อในการกรองสิ่งสกปรกออกจากน้ำ 

ประสิทธิภาพการกรองของเครื่องกรองทราย
        เครื่องกรองทรายโดยทั่วไปแล้วจะมีประสิทธิภาพในการกรองสิ่งสกปรก หรืออนุภาคอยู่ที่ 30 ไมครอนขึ้นไป
* ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสารกรองที่ใช้อีกด้วย เนื่องจากถ้าหากใช้สารกรองอื่นนอกจากทราย ก็อาจจะมีคุณสมบัติของสารกรองนั้นๆเพิ่มเข้ามา และสารกรองบางชนิดนั้นยังสามารถกรองอนุภาคได้มากกว่าทรายก็ได้

 

2. เครื่องกรองคาร์ทริจ (Cartridge Filter)

เครื่องกรองสระว่ายน้ำ

         เครื่องกรองคาร์ทริดจ์ หรือที่ในปัจจุบันนิยมเรียกกันว่าเครื่องกรองกระดาษ แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วเครื่องกรองประเภทนี้จะมีราคาที่สูง กว่าเครื่องกรองทรายเล็กน้อยก็ตาม แต่เครื่องกรองกระดาษนั้นสะดวก และง่ายต่อการใช้งานมากกว่า รวมถึงประสิทธิกาพในการกรองยังสูงกว่าด้วย แต่ถังกรองประเภทนี้ไม่เหมาะที่จะใช้กับสระว่ายน้ำที่มีขนาดใหญ่มากนัก

ประสิทธิภาพการกรองของเครื่องกรองคาร์ทริดจ์
        เครื่องกรองคาร์ทริดจ์โดยทั่วไปแล้วจะมีประสิทธิภาพในการกรองสิ่งสกปรก หรืออนุภาคอยู่ที่ 20 – 30 ไมครอน แต่มีข้อดีกว่าเครื่องกรองทรายตรงที่ สะดวกและง่ายต่อการ ติดตั้งและถอดล้างมากกว่า

 

3. เครื่องกรองแบบใช้ผงกรอง (D.E. Filter)

เครื่องกรองสระว่ายน้ำ

         เครื่องกรองชนิดใช้ผงกรอง DE Filter หรือที่ในปัจจุบันรู้จักกันว่าเครื่องกรองแบบถังกรองผ้าเนื่องจากวัสดุที่ใช้ในการเป็นที่อยู่ของผงกรองนั้น มีลักษณะเป็นผ้านั่นเอง ถือว่าเป็นเครื่องกรองประเภทที่สามารถกรองอนุภาคได้ที่ขนาดเล็กที่สุดจากทั้งสามประเภท แต่ก็เป็นเครื่องกรองที่มีราคาสูงมากที่สุดเช่นกัน

ประสิทธิภาพการกรองของเครื่องกรองแบบใช้ผงกรอง
        เครื่องกรองแบบใช้ผงกรองโดยทั่วไปแล้วจะมีประสิทธิภาพในการกรองสิ่งสกปรก หรืออนุภาคอยู่ที่ 5 ไมครอน แต่เฉพาะในกรณีที่ใช้งานร่วมกับผงกรอง DE เท่านั้น เพราะถ้าหากไม่ใส่ผงกรองลงไปด้วย ก็จะไม่สามารถกรองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 


        จากบทความที่ได้เอามาฝากกันในครั้งนี้ อาจจะทำให้หลาย ๆ คนรู้จักกับเครื่องกรองสระว่ายน้ำกันไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ตามการจะเลือกใช้เครื่องกรองสระว่ายน้ำ แนะนำว่าควรเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับปั๊มสระว่ายน้ำ รวมถึงจะต้องเหมาะสมกับขนาดสระว่ายน้ำของคุณด้วย เพราะถ้าหากไม่เลือกให้มีความเหมาะสม ก็อาจจะส่งผลทำให้ระบบกรองหมุนเวียนน้ำของคุ๊ไม่สามารถกรองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ก่อนที่คุณจะเลือกเครื่องกรองสระว่ายน้ำควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีปั๊มสระว่ายน้ำที่มีขนาดเหมาะสมแล้วหรือไม่ แต่หากยังไม่มั่นใจหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจ ทางเรามีทีมงานพร้อมให้คำปรึกษา และพร้อมช่วยเหลือคุณเพื่อให้สระว่ายน้ำของคุณจะมีอุปกรณ์สระว่ายน้ำที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และในบทความครั้งหน้าเราจะพาไปทำความรู้จักกับเครื่องกรองสระว่ายน้ำแต่ละประเภทให้ละเอียดมากยิ่งขึ้นกันครับ

ปรึกษาเราฟรี

ปรึกษาทุกปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับสระว่ายน้ำกับผู้เชี่ยวชาญ

ข่าวสารและบทความ